รีวิว ปลั๊กไฟ Data HMD และ HMDU

[เจาะลึก] รีวิว ปลั๊กไฟ มอก. DATA รุ่น HMD-HMDU Series แบบมีช่องเสียบ USB

กลับมาอีกครั้งกับการแกะกล่องรีวิวสบายๆ สไตล์ 168Watt ที่จะพาคุณมาทำความรู้จักกับปลั๊กไฟมาตรฐานมอก. ในรุ่นต่างๆ ว่าน่าสนใจแค่ไหนทั้งดีไซน์ภายนอกและงานประกอบภายใน  โดยก่อนหน้านี้เราได้ทำการรีวิวปลั๊กไฟ DATA รุ่น APDW Series และปลั๊กไฟ TOSHINO รุ่น ET-914 กันไปแล้ว ส่วนบทความนี้เราจะมาแกะให้เห็นไส้ในของปลั๊กไฟ มอก. DATA รุ่น HMD-HMDU Series แบบมีช่องเสียบ USB กันว่าภายนอกที่สวยงามน่าใช้ภายในนั้นจะมีการติดตั้งอะไรเอาไว้บ้าง พร้อมแล้วไปดูกันเลย

ก่อนอื่นเลยมาดูแพ็คเกจภายนอกกันก่อน

ต้องบอกว่าเราค่อนข้างพอใจกับแพ็คเกจที่บรรจุปลั๊กไฟรุ่นนี้ เพราะห่อหุ้มตัวปลั๊กเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา ถ้าไม้โดนทับจากของที่หนักจนเกินไปโอกาสเสียหายก็มีน้อยมาก จากการมองด้วยสายตาดีไซน์ของปลั๊กสวยงามใช้ได้เลย ที่สำคัญมีของแถมมาให้ด้วย อันนี้ถูกใจคนชอบของฟรีอย่างเรามาก

พลิกดูรอบๆ กันหน่อย จะเห็นว่ามีการระบุรายละเอียดต่างๆ ของสินค้าเอาไว้ค่อนข้างครบถ้วน ที่น่าสนใจคือรุ่นนี้มาพร้อมการรับประกันยาวนานถึง 5 ปี ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท ซึ่งต้องเป็นผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานเท่านั้นถึงจะกล้ารับประกันสินค้าให้ในระดับนี้

สเปคของปลั๊กไฟ DATA รุ่น HMD-HMDU Series

            ในส่วนของสเปคต่างๆ ของปลั๊กไฟรุ่นนี้ประกอบไปด้วย

-รองรับกำลังไฟได้ถึง 3680 W (16A) 250V

-สายไฟยาว 3 เมตร มาตรฐาน มอก. 11 เล่ม 11-2553

-ป้องกันการใช้กระแสไฟเกินหรือลัดวงจรด้วยเซอร์กิตเบรกเกอร์

-ระบบ Surge Protection เพื่อป้องกันแรงดันกระแสไฟฟ้าเกินจากฟ้าผ่า

-มีสวิตซ์ควบคุมการเปิดปิดของการจ่ายกระแสไฟแยกกันอิสระ

-ช่องจ่ายไฟ USB 2 ช่อง 2.4A เฉพาะรุ่น HMDU

-ตัวนำไฟฟ้าทำจากทองเหลืองแท้ 100%

-ผลิตจากวัสดุไม่ลามไฟ

ได้เวลาแกะกล่องสัมผัสของจริงกันแล้ว

สัมผัสแรกถือว่าสอบผ่าน งานประกอบมั่นคงแข็งแรง และตามสไตล์ของเราต้องลองเคาะไปบนส่วนต่างๆ และเขย่าดูว่ามีชิ้นส่วนอะไรหลุดอยู่ภายในหรือไม่ ซึ่งก็ปกติดีไม่มีเสียง โดยรุ่นนี้ผลิตจากพลาสติกที่ไม่ลามไฟเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานขึ้นมาอีกระดับ

จะเห็นได้ว่าช่องเสียบแต่ละช่องรวมถึงช่อง USB มีสวิตช์แยกสำหรับการเปิดปิดการทำงาน ประกอบด้วยเต้ารับ 2 ช่อง และช่องเสียบ USB อีก 2 ช่อง ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาแกะให้เห็นข้างในการว่าเชื่อมต่อเอาไว้แบบไหน ส่วนขนาดโดยรวมของปลั๊กไม่ใหญ่จนเกินไปนะครับพกพาได้สะดวกแน่นอน

อันนี้คือของแถมที่เราสามารถเอาไว้เสียบกับปลั๊กแบบ 2 ขาทั่วไปได้กรณีที่เต้ารับบ้านเรายังเป็นแบบเดิมครับ ซึ่งลองใช้งานดูแล้วถือว่าแน่นหนาทีเดียว

ตัวสายไฟยาว 3 เมตร มาตรฐาน มอก. 11 เล่ม 11-2553 จับดูแล้วมีขนาดที่ใหญ่และดูแข็งแรงน่าจะทนทานพอสมควรเลยทีเดียว โดยเป็นสายกลมตามที่ระบุเอาไว้ในมาตรฐาน มอก. 2432-2555

มาพร้อมปลั๊ก 3 ขา แบบกลม ผ่านมาตรฐาน มอก. 166-2549 มีสายดิน พร้อมหุ้มฉนวนกันไฟเอาไว้ที่โคนขา เราลองใช้มือบีบขาของปลั๊กเข้าหากัน ต้องบอกว่าแข็งแรงเลยนะครับ ไม่เหมือนปลั๊กแบบ 2 ขาที่ถ้าเอามือบีบหรือใช้ไปนานๆ จะเสื่อมสภาพทำให้เสียบแล้วหลวม ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรตามมาได้จากการสะสมความร้อนที่เร็วเกินไป

            ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าเราอยากให้คุณสังเกตให้ดี เพราะที่ผ่านมาปลั๊กไฟที่ไม่ได้มาตรฐานมอก. 2432-2555 ที่เป็น มอก.ปลั๊กไฟโดยตรง มักจะเอา มอก.ของสายไฟและปลั๊กไฟมาอ้างเพื่อหลอกขาย อย่าหลงเป็นเหยื่อเพราะมันอันตรายกับชีวิตและทรัพย์สินของเรา  

ส่วนต่อมาก็คือตรงบริเวณด้านบนของปลั๊กไฟ ที่มีสัญลักษณ์ TIS หรือ มอก. 2432-2555 ติดเอาไว้ยืนยัน พร้อมระบุกำลังไฟที่รองรับได้เอาไว้ชัดเจนคือ รองรับกำลังไฟได้สูงสุด 3680 W (16A) 250V ใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้อย่างสบาย โดยตามกฎหมายบังคับให้ต้องระบุเอาไว้ด้วย อย่าลืมมองหาสัญลักษณ์นี้เวลาเลือกซื้อกันด้วยล่ะ

ส่วนรูปนี้ถ้าใครเพิ่งซื้อปลั๊กไฟอันใหม่มาใช้น่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดี เพราะตัวเต้ารับตามมาตรฐาน มอก. 2432-2555 นั้นจะต้องมีการติดตั้งม่านนิรภัยเอาไว้ด้วยเพื่อป้องกันไฟดูดหรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจหล่นลงไปสร้างความเสียหายและทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมา

ทดสอบการใช้งานสักหน่อยแล้วกัน

เราลองเปิดสวิตช์และนำที่ชาร์จ USB มาเสียบใช้งานดู จากความรู้สึกคือค่อนข้างแน่นหนา ระบบไฟทำงานได้ตามปกติ สังเกตจากไฟเขียวๆ บนหัวชาร์จแล้วก็ที่มือถือขึ้นสัญลักษณ์กำลังชาร์จปกติ ส่วนตัวไหนไม่ได้ใช้ก็ปิดสวิตช์เอาไว้ได้เลยเพราะเป็นแบบแยกอยู่แล้ว

เจ้าปุ่มกลมๆ สีดำนี้ก็คือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Thermal Circuit Breaker) อันนี้ก็ต้องมีนะครับสำหรับปลั๊กที่ผ่านมาตรฐาน มอก.2432-2555 โดยจะมาแทนที่ฟิวส์แบบเดิมๆ เพิ่มเติมคือความปลอดภัย ประโยชน์ของมันก็คือช่วยตัดไฟและป้องกันไฟเกิน สังเกตได้ว่าถ้าปุ่มนี้เด้งขึ้นเราอาจจะใช้ปลั๊กเกินกำลังเช่นเสียบไฟเยอะเกินไป หรืออุปกรณ์บางอย่างอาจเกิดไฟช็อต เป็นต้น

แม้แต่ที่ด้านหลังของปลั๊กก็มีรายละเอียดและสัญลักษณ์ มอก. ติดเอาไว้ด้วย ตรงนี้บอกเลยว่าปลั๊กราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานจะไม่มี และถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นว่ามี QR Code ติดอยู่ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบ มอก. ของสินค้าได้ โดยจะลิ้งก์ไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)

เอาล่ะได้เวลาแกะกันแล้วไปดูกันเลยว่าข้างในมีอะไร

หลังจากที่มีประสบการณ์จากการแกะปลั๊กไฟมาแล้วถึง 2 รุ่น ตัวนี้เลยสบายขึ้น แต่ก็ต้องออกแรงกันนิดหน่อย เพราะเขาขันน๊อตมาแน่นหนาพอสมควร

และแล้วก็สามารถแยกชิ้นส่วนออกมาได้สำเร็จ สิ่งที่เราได้เห็นกันอยู่ตอนนี้ก็สอดคล้องกับสเปคที่เราได้เห็นกันจากภายนอกนั่นก็คือ อุปกรณ์ต่างๆ มีการแยกชิ้นส่วนออกไว้เป็นชุดๆ สามารถเปิดปิดการใช้งานได้ทีละจุด แต่ละชุดมีการเดินสายและเข้าวงจรเอาไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งข้อดีก็คือช่วยลดความเสียหายกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการบัดกรี  ส่วนสายดินก็เป็นสายดินจริงไม่ใช่ทำกราวด์หลอกเอาไว้เหมือนปลั๊กไฟราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ในฐานะคนใช้ปลั๊กไฟคนหนึ่งเห็นงานประกอบที่เรียบร้อยและแน่นหนาแบบนี้ก็อุ่นใจมากขึ้น

ซูมให้เห็นกันชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ลองขยับดูปรากฏว่าแน่นหนามากครับ

ตรงนี้เป็นแผงวงจรของช่องเสียบ USB มีการเดินสายต่อกับสวิตช์ควบคุมและเข้าวงจรเอาไว้เรียบร้อย งานละเอียดใช้ได้เลย

ถ้าจะติก็คงเป็นส่วนนี้ครับ ตรงขั้วสายไฟดูไม่แน่นหนาเท่าไหร่ เราว่าน่าจะมีการใส่เข็มขัดและขันน็อตเอาไว้ให้แน่นหนากว่านี้ ป้องกันสายหักหรือฉีกขาด (เดี๋ยวจะหาว่าอวยเกินไปอะไรดีเราก็บอกว่าดีส่วนไหนน่าปรับปรุงก็ต้องบอกกัน)

และนี่ก็คือชุดเต็มของเจ้า Thermal Circuit Breaker นั่นเอง มีการประกอบและเดินสายต่อพ่วงกับชุดสวิตช์ควบคุมแต่ละตัวเอาไว้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

มาดูพระเอกอีกตัวกันบ้าง

เจ้าตัวกลมๆ สีเหลืองมีสองขานี้ แม้จะตัวเล็กแต่ความสามารถในการปกป้องนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา โดยมันก็คือ ระบบกันไฟกระชากหรือ Surge Protection ที่เราได้ยินชื่อกันมาบ่อยๆ แกะให้เห็นกันชัดๆ ว่าหน้าตามันเป็นแบบนี้นี่เอง โดยหน้าที่ของมันก็คือ ป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าจากความเสียหายที่เกิดจากไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน เช่นช่วงที่ฟ้าผ่าเป็นต้น เป็นตัวช่วยที่ดีในระดับหนึ่งแต่ก็มีข้อจำกัดคือ กรณีที่กระแสไฟที่เข้ามาเกินกำลังที่ตัว ZINC OXIDE VARISTOR (ปกติเราจะเห็นเป็นสีฟ้าๆ อันนั้นเป็น Metal Oxide Varistor ซึ่งก็เป็นตัวรับแรงไฟกระชากและทำหน้าที่เดียวกันครับ) สามารถรับได้ สายดินหรือสายกราวด์ก็จะรับช่วงต่อ หรือถ้าไม่มีสายดิน เจ้าตัว varistor ในระบบกันกระชากนี้ก็จะเสียหายก่อนเป็นอย่างแรกเพื่อไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของเราต้องชำรุด

            และนี่ก็คือการรีวิวปลั๊กไฟ มอก. DATA รุ่น HMD-HMDU Series แบบแกะให้เห็นกันถึงไส้ใน ให้หายสงสัยกันว่าภายในนั้นมีอะไร งานประกอบดีแค่ไหน ซึ่งในภาพรวมนั้นถือว่าน่าพอใจและมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่กำหนดใน มอก. 2432-2555 เอาไว้อย่างครบถ้วน สำหรับท่านที่สนใจ ทาง 168วัตต์ ของเรามีปลั๊กไฟรุ่นนี้เอาไว้จำหน่าย สามารถสั่งซื้อกันเข้ามาได้เลยไม่ต้องไปเดินหาให้เมื่อแถมเสี่ยงกับการติด Covid-19 ด้วยครับ

ถ้าท่านอยากได้ปลั๊กนี้ เชิญกดลิงค์ด้านล่างเลยครับ

ใส่ความเห็น